เปิดใจทั้งน้ำตา!! ด.ญ.ไร้สัญชาติสระแก้วยอมให้รื้อบ้านบริจาค ขอปกป้องครูหลังถูกกลั่นแกล้ง

0
67

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 จากกรณีปัญหา ชีวิตรันทด เด็กหญิงไร้สัญชาติ วัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เด็กยากไร้ที่ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ กับพ่อบุญธรรมวัย 84 ปี มาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถเข้าอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่ได้รับบริจาค หลังครูประจำชั้นนำเรื่องราวไปเผยแพร่ทางโซเซียลมีเดีย จนผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือในการติดตามพ่อที่แท้จริงและตรวจดีเอ็นเอ เพื่อขอทำบัตรประชาชนไทยให้ และมีทหารอาสาเข้าช่วยก่อสร้างบ้านจนเสร็จเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ขอบ้านเลขที่ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถขอไฟฟ้าเข้าบ้านได้ในปัจจุบัน ส่วนครูก็ถูกกดดัน ข่มขู่และร้องเรียนต้นสังกัด เพื่อให้มีการลงโทษครูหรือย้ายออกนอกพื้นที่ หลังโพสต์ต่อว่าหน่วยงานท้องถิ่น

.

loading...

ล่าสุด เด็กหญิงรายนี้และเพื่อนบ้านเกือบ 30 คน พบว่า บริเวณพื้นที่ลานโล่งเนื้อที่ประมาณ 70 ตารางวา มีการก่อสร้างบ้านขนาด 1 ห้้องนอน มีห้องน้ำในตัวและห้องโถง ทาสีเหลือง เดินสายไฟมาที่เสาไฟฟ้าไว้พร้อม แต่ไม่สามารถต่อไฟเข้าบ้านได้ เนื่องจากบ้านไม่มีเลขที่ ด.ญ.ปวีณ์นุช เปิดใจทั้งน้ำตา กับปัญหาที่เกิดขึ้นว่า “ถ้าต้องมีการย้ายครูแน๊ตเพราะปัญหานี้ ก็เอาบ้านคืนดีกว่า บ้านหลังเก่าหนูก็อยู่ได้ หนูต้องการครูหนูให้ครูอยู่ดีกว่า ไม่อยากเสียครูไป พร้อมที่จะเสียบ้าน ถ้าต้องมาโดนรังแก” หลังจากนั้นก็เธอก็ปาดน้ำตา พร้อมร้องให้เสียงดัง

ทั้งนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 30 คน ได้มารวมตัวกันที่บ้านหลังดังกล่าว ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กและครูถูกรังแก หากจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาช่วยกันอธิบาย ช่วยกันบอก ช่วยกันเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกคนก็ยินดี เพราะเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก หากการสร้างบ้านให้เด็กยากจนมีปัญหามากนัก ก็คงเลือกให้ครูอยู่เพื่อสอนเด็ก ๆ และลูกหลานของพวกเขาต่อไปดีกว่า พร้อมร่วมกันตะโกนว่า “ไม่เอาบ้าน เราเอาครูไว้”

.

ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ครูคนนี้ช่วยเด็ก ๆ ที่ยากไร้มาหลายคนแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลักที่ 3 ที่ครูช่วยและประสานให้มีการช่วยเหลือเด็กยากจน ครูไม่ได้รบกวนหรือก้าวก่ายหน้าที่ของใคร ทุกอย่างก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้เรียกร้องค่าใช้จ่ายอะไร ไม่เคยมีการซิกแซกเอาผลประโยชน์จากเด็ก มีอะไรครูก็จะมาปรึกษากับชาวบ้าน การสร้างบ้านหลังนี้สร้างด้วยเงินประมาณ 120,000 บาท ไม่ได้เป็นอย่างที่เอาไปกล่าวหากัน อุปกรณ์ต่าง ๆ มีหน่วยงานบริจาคมา ซึ่งได้เก็บหลักฐานและเอกสารไว้ทั้งหมด ไม่ได้โกงหรือเข้ากระเป๋าใครใด ๆ ทั้งสิ้น

ส่วน นายสมพงษ์ วังจันทึก อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.4 ต.ท่าเกวียน เจ้าของที่ดิน ยืนยันว่า ได้ประสงค์มอบที่ดินส่วนที่เป็นเศษ 73 ตารางวา ให้มีการสร้างบ้านให้เด็กคนนี้โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ และได้ทำเป็นสัญญาไว้แล้ว ซึ่งตอนสร้างบ้าน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้ลงมาที่บ้าน ขณะที่ทหารกำลังก่อสร้างอยู่พอดี และโวยวาย หลังจากนั้นตนเองก็ไปยื่นเรื่องขอก่อสร้างเลย กับลูกชายในวันที่ 7-8 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อ้างว่า นายช่างไม่อยู่ไปชลบุรี ไม่ได้เพิ่งมายื่นเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. มีการนัดไปวันที่ 30 มิ.ย. ,วันที่ 3 ก.ค.และวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนที่กล่าวหาว่า เอาเงินเด็ก 50,000 บาทไปไถ่ถอนที่ดินจาก ธกส.นั้น ไม่จริง ตนเองยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เพิ่งไปจ่ายดอกเบี้ยมา 1000 บาทเมื่อต้นเดือนและจะชำระหนี้ด้วยตนเองไม่คิดจะทำเช่นนั้น

.

อย่างไรก็ตามหลังจากกรณีนี้ถูกเผยแพร่เป็นข่าว และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อโซเชียลนั้น พบว่ามีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้าไปข่มขู่ครู จนทำให้ครูต้องหลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนที่เป็นทหาร บางวันครูและสามีก็ต้องหลบไปอยู่พื้นที่อื่นชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ล่าสุด ภายหลังมีส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับ พ.อ.ศราวุธ รบเมือง รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 19 อ.อรัญประเทศ ซึ่งระบุว่า หากมีการข่มขู่ขอให้ดำเนินการแจ้งความได้ทันที โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่กองร้อยรักษาความสงบพื้่นที่ อ.วัฒนานครเข้าไปดูแล ทั้งนี้ ยังระบุอีกว่า ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ พล.ต.หทัยเทพ กีรติอังกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 จะเดินทางไปเป็นผู้มอบบ้านหลังนี้ ให้กับ ด.ญ.ปวีณ์นุช ด้วย

.

แบ่งปัน