อียูจี้ไทยเลิกโทษประหาร! ชี้ไร้มนุษยธรรม-ยอมรับไม่ได้ แม่ร่ำไห้ศพถึงบ้านเชื่อลูกบริสุทธิ์

0
9658

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. โฆษกของผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ระบุว่า

เมื่อในวันที่ 18 มิ.ย. 2561 นายธีรศักดิ์ หลงจิ ได้ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดสารพิษ ในประเทศไทย ในปีหน้านี้ก็จะครบรอบ 1 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่การประหารชีวิตครั้งสุดท้ายในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อร่วมกับประเทศอื่นๆที่พักการใช้โทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหภาพยุโรปได้คาดหวังไว้ ผ่านการหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย แต่กรณีการประหารชีวิตนายธีรศักด์ แสดงให้เห็นถึงการก้าวถอยหลังอย่างชัดเจน{อ่านข่าวก่อนหน้าคนแรกในรอบ 9 ปี! ไทยประหารแล้ว หนุ่มฆ่าชิงทรัพย์ แอมเนสตี้คัดค้านเชิญร่วมอาลัย}

.

สหภาพยุโรปต่อต้านโทษประหารชีวิตไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดๆ และมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการยกเลิกโทษประหารชีวิตทั่วโลก เนื่องจากการประหารชีวิตเป็นการลงโทษที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ซึ่งไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งการกระทำผิด และยังเป็นการปฏิเสธศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นที่ยอมรับไม่ได้

สหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยงดเว้นการประหารชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดำเนินการเพื่อพักการใช้โทษประหารและยกเลิกโทษประหารชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. มีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส ที่อยู่เป็นสหภาพยุโรป ระหว่างวันที่ 20-25 มิ.ย. นี้ด้วย

.

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่บ้านเลขที่ 175 ม.7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านพักของนักโทษเด็ดขาดที่ถูกศาลสั่งประหารชีวิต คือนายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง อย่างโหดเหี้ยม ด้วยการใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าบริเวณร่างกายกว่า 20 แผล เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) ภายในเขตเทศบาลนครตรัง

.

โดยมีครอบครัว ญาติพี่น้อง ร่วมถึงเพื่อนๆ และเพื่อนบ้าน ประมาณ 200 คน เดินทางมาร่วมรอศพของผู้ตายตั้งแต่ช่วงเย็น เนื่องจากนายธีรศักดิ์นับเป็นนักโทษชายที่ถูกประหารรายแรกในรอบ 9 ปี จึงสร้างความสนใจให้กับประชาชนจำนวนมาก ซึ่งกว่าจะเดินทางจาก กทม. ถึง จ.ตรัง ใช้เวลากว่า 12 ชม.

.

ในเวลาประมาณ 21.00 น. รถกู้ภัยร่วมกตัญญูได้นำร่างไร้วิญญาณมาส่งถึงบ้านอย่างเรียบร้อย โดยมีนางสายจิตร หลงจิ อายุ 47 ปี มารดา พร้อมญาติ และภรรยาของผู้ตาย เดินทางกลับมาพร้อมกับศพ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความโศกเศร้า

จากนั้นครอบครัวได้นำร่างไปทำความสะอาด ก่อนสวมเครื่องแต่งกาย และนำร่างลงในหีบศพที่เตรียมไว้ แล้วนำไปยังกุโบร์สาธารณประโยชน์บ้านนาป้อ ม.8 ต.ควนปริง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อประกอบพิธีฝังตามศาสนาอิสลาม

.

มารดาผู้ตาย

นางสายจิตร มารดาผู้ตาย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ตนเองและทุกคนในครอบครัวยังเชื่อว่าลูกชายบริสุทธิ์ และไม่ได้เป็นผู้กระทำ เพราะตนเลี้ยงลูกทั้งหมด 4 คน ย่อมรู้นิสัยว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ก่อนหน้านี้ขณะที่ลูกชายตนต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ตนพยายามถามหาความจริงว่า ได้ลงมือฆ่าเขาจริงหรือไม่ ลูกชายบอกว่าเขาไม่ได้ทำ

“ถ้าเขาทำ เขาจะรับ และยังยืนยันมาตลอดว่า เขายอมตายดีกว่า ถ้าจะให้เขายอมรับในสิ่งที่เขาไม่ได้กระทำ เขาพร้อมจะกลับตัวเป็นคนดี และเชื่อว่าจะได้กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวที่ จ.ตรัง อย่างแน่นอน แต่เมื่อผลออกมาแบบนี้ ก็คงจะเรียกร้องอะไรให้กลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว ขอให้จบๆ ไป ขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย” มารดาผู้ตายกล่าวด้วยเสียงสะอื้น

แบ่งปัน