คุมตัว4โจ๋ทำแผนเจาะตู้ATMกวาดเงินสดกว่า2.4ล้าน แถมยังพบประวัติโชกโชน!!

0
190

วันที่ 10 ก.ค.61 จากกรณีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งร่วมกัน ก่อเหตุใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ ได้เงินสดไปจำนวน 2.4 ล้านบาท และเจาะตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ไม่สามารถเปิดห้องเก็บเงินได้ ที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารลุงนวย แล้วหลบหนีไป จากนั้นรถของคนร้ายได้ถอยเข้าไปพื้นที่รกร้างข้างทางติดกับถนนเลียบคันคลองชลประทาน ม.6 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแกละกล่องเงินและนำหลักฐานไปทิ้งในบ่อน้ำ จนท้องของรถยนต์ กระบะติดกับขอบถนน ไม่สามารถขึ้นมาได้คนร้ายจึงได้จุดไฟเผาเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่จะ หลบหนีไปพร้อมกับเงินสดกว่า2 ล้านกว่าบาท เหตุเกิดเมื่องกลางดึกวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมาตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น โดยพบว่าจากพยานหลักฐาน เปรียบเทียบการก่อเหตุคนร้ายเจาะตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ช่วงวันที่ 25 มิ.ย.จนถึงวันที่ 6 ก.ค. เป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

.

loading...

ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้บูรณาการร่วมกันในหลายพื้นที่ จนสามารถสืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 5 ครั้งนี้เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีประวัติเป็นแก๊งลักรถจักรยานยนต์มาก่อน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาล  จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง   ต่อมาวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม ๔ คนดังกล่าวข้างต้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันสืบสวนติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง ๔ คน โดยสามารถจับกุมตัวนายบุญญฤทธิ์หรือเจ แก้วมณีได้ในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร  นายธวัชชัยหรือปาร์ม  พลายแก้ว จับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม  นายพณภัทรหรือบอส  สุโชคนันท์ จับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับนายสมประสงค์หรือแบล็ค  พงก่อสร้าง  ผู้ต้องหาคนสุดท้ายสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  ก่อนนำตัวมาสอบสวน

.

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 10 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนพระนครศรีอยุธยา นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายบุญญฤทธิ์หรือเจ  แก้วมณี  อายุ  27 ปี  นายพณภัทรหรือบอส  สุโชคนันท์ อายุ 26 ปี  นายสมประสงค์หรือแบล็ค  พงก่อสร้าง อายุ 21 ปี  และ นายธวัชชัยหรือปาร์ม  พลายแก้ว อายุ 22 ปี มาทำแผนที่ร้านอาหารลุงนวย ริมถนนพหลโยธิน ม.2 ต.ลำไทร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

.

โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์และพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม”

พฤติการณ์ของ  ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ และพยายามลักทรัพย์ ต่อเนื่องหลายพื้นที่ ดังนี้

.

  1. เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 01.40 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยซึ่งตั้งอยู่ภายในร้านขายยาปอป้อ เลขที่ 65/3 ม.4 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคนร้ายได้นำเทปกาวทึบปิดกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม แล้วได้ตัดแม่กุญแจที่ใช้ล็อคประตูเหล็กม้วนใน ชั้นแรก งัดประตูบานเลื่อนในชั้นที่สอง และใช้ความร้อนพยายามตัดประตูนิรภัยของตู้เอทีเอ็มเพื่อหวังจะเอาเงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม แต่ครั้งนี้คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ
  2. เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 03.56 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย สาขาหนองแค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านเอกภาพ หมู่ 8 ต.ห้วยขมิ้น อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยนำเทปกาวทึบมาปิดกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม แล้วใช้ความร้อนพยายามตัดประตูนิรภัยของตู้เอทีเอ็มเพื่อหวังจะเอาเงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ครั้งนี้พบร่องรอยไหม้ทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังตู้เอทีเอ็มดังกล่าว แต่ไม่สามารถนำเงินสดออกมาได้
  3. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 00.20 – 01.11 น. ก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มธนาคารทหารไทย ซึ่งติดตั้งอยู่ บริเวณด้านหน้าร้านมินิมาร์ท ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก เลขที่ 29 หมู่ 10 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี โดยใช้ความร้อนเป่าตัดบริเวณด้านหลังตู้เอทีเอ็ม การลงมือครั้งนี้คนร้ายได้เงินสดภายในตู้เอทีเอ็มไปจำนวน 174,500 บาท
  4. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เวลา 03.40 น. พยายามก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดภายในตู้เอทีเอ็ม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 55/17 หมู่ 1 ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี ครั้งนี้คนร้ายปรับเปลี่ยนวิธีการโดยใช้เชือกคล้องตู้เอทีเอ็มแล้วผูกติดกับรถยนต์กะบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทตั้น ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพหมายเลขทะเบียน บษ 2266 นครปฐม  ไว้ได้  จากนั้นจึงขับรถดึงกระชากตู้เอทีเอ็มจนล้มแต่ครั้งนี้คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ เนื่องจากมีคนผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์เสียก่อน
  5. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิสซุบิชิ รุ่นไทตั้น สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บษ 2266 นครปฐม ที่บริเวณถนนคันคลองชลประทาน หมู่ที่ 6 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นรถคันเดียวกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ในพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ในครั้งนี้หลังจากคนร้ายก่อเหตุลักเงินสดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพและธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าร้านอาหารลุงนวย ม.2 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีใช้ความร้อนเป่าตัดบริเวณด้านหลังของตู้เอทีเอ็มทั้งสองตู้  ปรากฏว่าไม่สามารถงัดเอาเงินสดในตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ออกไปได้

.

แต่สามารถงัดเอากล่องใส่เงินตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ จำนวน ๓ กล่อง แล้วขับรถหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุห่างประมาณ 5 กม. แล้วงัดเอาเงินสดจากกล้องใส่เงินได้เงินสดไป 2,000,000 บาท แต่จุดนี้รถยนต์ของคนร้ายติดหล่มและเกิดไฟลุกไหม้รถขณะพยายามนำรถขึ้นจากหล่ม คนร้ายจึงได้ทิ้งรถแล้วหลบหนีไป ก่อนผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปแถลงข่าวที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ในเวลาช่วงบ่ายต่อไป

.

ภาพ/ข่าว : ทีมข่าวอิสระโพสต์

แบ่งปัน