หลักฐานชัด! รอยแผล-ร่องรอยต่อสู้-ลูกอัณฑะ ศาลจึงสั่ง “ประหารอดีตผู้ใหญ่บ้าน” ฆ่าข่มขืน น้องสโนว์ (รายละเอียด)

0
6513

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 ที่ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีข่มขืนฆ่า คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และ คดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นางลำไย พลประสิทธ์ โจทก์ ร่วมที่ 1 ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ในคดีนักเรียนชั้น ม.6 อายุ 18 ปี หรือ “น้องสโนว์” ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินประหารชีวิต นายกฤติเดช จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธ (ข่าวก่อนหน้านี้ : ศาลอุทธรณ์ ยืนคำตัดสิน “ประหารชีวิต” อดีตผู้ใหญ่บ้าน ขืนใจฆ่าข่มขืน น้องสโนว์!)

.

ทั้งนี้ ศาลได้ใช้เวลาในการอ่านนานกว่าหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที โดยสาระสำคัญในส่วนจำเลย ซึ่งได้ยื่นอุทธรณ์มานั้น มีการนำสืบพยานแวดล้อมและประจักษ์พยาน รวมถึงการหาข้อโต้แย้งในส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยสรุปว่าไม่สามารถรับฟังได้ แต่ในส่วนของโจทก์ ถึงแม้จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัดแต่ปรากฏพยานแวดล้อมที่ให้การสอดคล้องกันร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะ เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินยืนโทษประหารชีวิต นายกฤติเดช จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามศาลชั้นต้น

.

.

ภายหลังคำตัดสิน นางลำใย แม่น้องสโนว์ และญาติต่างพากันหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ โดยกล่าวของคุณกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ และสื่อมวลชน แม้หลังเกิดเหตุตนและครอบครัวทุกคนยังจดจำและภาพยังคงติดตามาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะเมื่อขับรถไปขายของผ่านจุดเกิดเหตุบริเวณริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งจำเป็นต้องผ่านทุกวันเห็นทีไรก็ต้องปวดใจทุกครั้ง ปัจจุบันหากคิดถึงลูกทำได้เพียงดูรูปภาพที่ติดไว้ข้างผนังบ้านและเข้าไปดูภาพเก่าๆในเฟสบุ๊กของลูกสาว พร้อมกับเล่นเฟซบุ๊กแทนลูกสาวคอยโต้ตอบญาติ เพื่อนและประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวและคอยให้กำลังใจน้องสโนว์ และนอกจากจะสูญเสียน้องสโนว์ไปโดยไม่มีวันหวนกลับแล้ว ยังต้องสูญเสียเงินทองที่เก็บสะสมมาตลอดทั้งชีวิต เพราะต้องนำมาใช้จ่ายตั้งแต่งานศพและในเรื่องของคดีจนหมด จำเป็นต้องนำที่นาไปขายและที่ทำกินไปจองนองกู้เงินจาก ธกส.ไปแล้วเกือบ 1 ล้านบาทมาเป็นค่าใช่จ่ายและนำมาเป็นทุนในการขายของ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุครอบครัวยุ่งอยู่กับคดีไม่มีเวลาขายของทำให้ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

.

“ทุกๆวันเวลาคิดถึงลูกก็จะเอาภาพเก่าๆมาดู บางคืนก็สะดุ้งตื่นมานั่งร้องไห้ เพราะคิดถึง ฝันเห็น ตลอด ซึ่งหากลูกสาวไม่เสียชีวิตขณะนี้ก็น่าจะกำลังเรียนพยาบาลตามความฝันที่อยากจะช่วยเหลือผู้คน แต่ก็ได้บอกกับตัวเองเพียงว่าลูกสาวไปสู่สุขคติแล้ว แม่ก็ได้ไว้ทุกข์นุ่งขาว ห่มขาวตลอดชีวิต และทางครอบครัวจะสู้ถึงที่สุด เพื่อให้ผู้ที่ทำผิดรับโทษทางกฎหมายอย่างสูงสุด โดยเฉพาะโทษประหารชีวิต เพราะจะได้เป็นบทเรียนและไม่อยากให้เรื่องแบบนี่เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย”

.

.

.

.

.

.

.

แบ่งปัน