‘อดีต ผู้การเลย’ โดนอีก! ปปง.ลุยยึดเงิน-ทรัพย์ 100ล. คดีโกงเงินลูกน้อง พร้อมแฉเส้นทางเงิน

0
10089

รอง ผบช.ภ.4 เผย ปปง. ลุยยึดทรัพย์ อดีต ผู้การเลยกับพวก กว่า 100 ล้าน คดีโกงเงินลูกน้อง แฉเส้นทางการเงิน ระบุพฤติการณ์คล้ายแชร์ลูกโซ่ คาดสิ้นเดือน ส.ค.นี้ พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสั่งฟ้องได้

จากกรณีกรณีพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย (ผบก.ภ.จ.เลย) ถูกกล่าวหาทุจริต โครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย ทั้งหมด 192 นาย มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท กระทั่ง พนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) ดำเนินคดี ร่วมกันฐานฉ้อโกงประชาชน ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่ถูกกล่าวหาให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่บช.ภ.4 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า บช.ภ.4 ได้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ว่าหลังจากที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ ซึ่งถูกข้าราชการตำรวจ ภ.จว.เลยเข้าร้องเรียนต่อ ผบ.ตร. และ บช.ภ.4 จากเหตุการณ์ฉ้อโกงเงิน ตามโครงการบริหารหนี้และรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย จนมีการสืบสวนสอบสวน และพบมูลความผิดร่วมกับเครือข่ายแบบแชร์ลูกโซ่

“การโกงเงินตำรวจ 192 ราย จำนวน 229 ล้านบาท ของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวฐานเข้าข่ายฉ้อโกง อันเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยการสืบสวนสอบสวนพบเงินที่โกงจากตำรวจไปนั้น ผู้ต้องหานำไปให้คนรู้จักซึ่งเป็นสองสามีภรรยา ที่จ.หนองบัวลำภู นำไปลงทุนร่วมหุ้นกัน จึงมีการสืบสวนขยายผลถึงบุคคลดังกล่าว จนทราบว่านำเงินไปเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์” พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าว

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ทั้งยังมีการระดมเงินด้วยวิธีการชักชวนคนในจ.หนองบัวลำภู และจ.ขอนแก่น นำเงินมาร่วมทุนเพื่อนำไปเล่นหุ้น โดยจะแบ่งประโยชน์ให้จำนวนมาก จนทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินแสนเงินล้านมาร่วมลงทุน ได้ส่วนแบ่งบ้างไม่ได้บ้าง สุดท้ายก็สูญเสียเงินไป

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ คดีดังกล่าว หลายคนเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จ.หนองบัวลำภู และจ.ขอนแก่น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำลักษณะของแชร์ลูกโซ่ จึงประสาน ป.ป.ง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เชื่อมโยงกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ เพราะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่นั้น เสมือนการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวด้วยว่า ตำรวจไม่ได้มีการช่วยเหลือผู้ต้องหา เมื่อตั้งรูปคดีแล้วก็ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทางด้านเอกสาร และพยานบุคคล รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูล โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้น่าจะสรุปสำนวนส่งผู้ต้องหาไปฟ้องได้ สำหรับคดีที่จ.เลยที่มีอดีตผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ต้องหา และมีข้าราชการตำรวจที่ทำโครงการให้กับอดีตผู้การก็ถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด รวมอดีตผู้การด้วยเป็น 3 คน

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวต่อว่า การสอบสวนยังมีการสืบสวนขยายผลไปยังที่ไปของเงินที่ออกจากสหกรณ์ เส้นทางการเงิน ปรากฏว่าไปเชื่อมโยงกับบุคคล 4 ถึง 5 คน ก็ได้มีการเรียกสอบและอายัดบัญชี ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีทั้งในขอนแก่น หนองบัวลำภู ซึ่งก่อนจะส่งสำนวนให้อัยการ ได้ให้บุคคลเหล่านี้มาชี้แจง ทั้งการโอนเงินเข้าออกในบัญชี แล้วก็พบข้อมูลการเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความฉ้อโกงประชาชน ในหลายพื้นที่

“เราได้ทำงานร่วมกับ ป.ป.ง.ในการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ตอนนี้รู้แล้วว่ามีใครเชื่อมโยงกับใคร และที่ตลาดหลักทรัพย์มีหุ้นหรือไม่มี ป.ป.ง.เช็กหมด อีกทั้ง พนักงานสอบสวนในคดีต้องสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ง.โดยละเอียด เพื่อจะได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยขณะนี้คดีฟอกเงินนั้น 3 พื้นที่คือที่ จ.เลย, หนองบัวลำภู และขอนแก่น รวมผู้ต้องหาที่ร่วมกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ มีจำนวนกว่า 10 คน” รอง ผบช.ภ.4 กล่าว

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ป.ป.ง. และ บช.ภ.4 ได้ทำการยึดอายัดทรัพย์สินของ พล.ต.ต.สุทิพย์ รวมทั้งเครือข่ายที่ร่วมขบวนการแล้วเบื้องต้นรวมประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินสด, รถยนต์ และที่ดิน รวมทั้งการอายัดเงินในบัญชีไว้เพื่อตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมดด้วย

แบ่งปัน