นายกรัฐมนตรี ปัดตอบม็อบบุกทำเนียบ มอบ ผบ.ตร. แจงแผนรับมือชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. เชื่อคุยแกนนำม็อบได้ ไร้ปัญหา

0
29

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงต่อสื่อมวลชนแทน ถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. โดยใช้ชื่อว่า “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ว่า เบื้องต้นได้ฟังจากการข่าวทราบว่าจะมีการชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เท่านั้น ส่วนที่แกนนำระบุว่าหากมีคนมาร่วมจำนวนมากจะใช้พื้นที่สนามหลวงจะอนุญาตหรือไม่นั้น ก็ต้องดูสถานการณ์ก่อน แต่เบื้องต้นแจ้งเพียงว่าจะชุมนุมในธรรมศาสตร์ ดังนั้น หากมีการเคลื่อนก็ต้องคุยกันหน้างานอีกครั้ง ไม่สามารถบอกอะไรได้ในตอนนี้ ซึ่งต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ต้องดูว่ามาแล้วปลอดภัยอะไรหรือและปัจจัยอีกหลายอย่าง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้แกนนำผู้ชุมนุมไม่ได้ยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ เพราะต้องยื่นภายใน 24 ชั่วโมง และนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่กำชับให้เจ้าหน้าที่อดทนอย่างเดียวและอย่าใช้ความรุนแรง ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องการปะทะ และยื้อยุดฉุดกระชาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สร้างเงื่อนไขและระวังตัวอยู่แล้ว

ส่วนมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ นั้น ก็อยู่ที่การพูดคุยกัน ซึ่งทุกม็อบก็มีแกนนำ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้วดังนั้นก็ต้องดูว่าอะไรได้หรือไม่ได้ แต่ก็จะอะลุ่มอล่วย ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า มีความกังวลในเรื่องมือที่สาม เพราะหากไม่มีจะดีกว่า จึงต้องป้องกันอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าม็อบอะไรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้นแต่ต้องดูแล และจากการข่าวทราบว่า เบื้องต้นจะชุมนุมไม่เกิน 2 วัน

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการข่าวเบื้องต้น เป็นการชุมนุมที่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง และรู้ตัวละครอยู่แล้วใครทำอะไร อย่างไร และแบ่งกันอย่างไร แต่ยังไม่ขอเปิดเผย พร้อมขอฝากทุกม็อบให้อยู่ในกรอบของกฎหมายจะดีที่สุด

ผบ.ตร. ขอผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมาย เชื่อคุยแกนนำม็อบได้ไม่มีปัญหา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการรับมือการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ที่แกนนำยืนยันว่าหากผู้ชุมนุมเกิน 5 หมื่นคน จะขยับเข้าพื้นที่สนามหลวงให้ได้ ว่า จะกี่คนคนถ้าตั้งใจขยับก็ขยับ แต่ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งตนเองบอกทุกครั้งกฎหมาย หากนับ 1 ก็ต้องไป 234 ดังนั้น ไม่อยากเห็นน้องๆ อยู่ในสถานการณ์แบบแกนนำในอดีตที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จึงฝากเป็นข้อคิดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ส่วนที่ขณะนี้ยังมีการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะใช้กำลังทหารมาร่วมหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ทหารไม่เกี่ยว เป็นเรื่องตำรวจอย่างเดียว แต่เชื่อว่าถ้าพูดคุยกันเข้าใจก็ไม่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่อยากใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยซ้ำ แต่จำเป็นต้องดูแลความปลอดภัยของคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

ส่วนความมั่นใจว่าจะคุยกับแกนนำรู้เรื่องหรือไม่ นั้น ก็ต้องคุย แต่หากอยากให้บ้านเมืองวุ่นวายก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่าจะคุยกันได้ และที่จะมีบางกลุ่มเคลื่อนไหวก่อนวันที่ 19 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับดำเนินคดีแกนนำก่อนชุมนุมใหญ่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ได้พยายามดูบริบทส่วนนี้ด้วย ว่าถ้าจับกุมแล้วจะนำไปสู่ความต่อเนื่องก็จะหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ส่วนจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่หลายกองร้อยหรือไม่ ยังไม่ได้เตรียมการ แต่เบื้องต้นได้สำรวจหมดแล้วว่าพื้นที่มีคนจำนวนเท่าไหร่อย่างไร ซึ่งย้ำว่า ต้องดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ จะถือว่าเป็นงานยากหรือไม่นั้นที่ผ่านมาตนเองก็ผ่านม็อบมาเยอะ แต่ครั้งนี้แปลกจากที่ผ่านมาตรงที่ผ่านมาตรงที่เป็นน้องๆ นักศึกษาและมัธยม ดังนั้นความยากง่ายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ผบ.ตร. ปัดใช้แผนกรกฎา 52 กับผู้ชุมนุม ย้ำนายกฯกำชับเจ้าหน้าที่ให้มีความอดทน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประเมินแกนนำจากทั่วประเทศมาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. นี้ ว่า เป็นแนวคิดที่จะสามารถรวบรวมชักจูงใครมาได้ และเจ้าหน้าที่ก็มีฐานข้อมูลของต่างจังหวัดอยู่แล้ว แต่ยืนยันไม่ได้ใช้แผนกรกฎ 52 เพราะไม่มีนโยบายใช้รุนแรงอยู่แล้ว และย้ำว่านายกรัฐมนตรี กำชับให้เจ้าหน้าที่อดทนจึงไม่มีใช้ชื่อแผนอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นการดูแลความปลอดภัยตามปกติ

พร้อมปฏิเสธเป็นการวัดกำลังก่อนเกษียณอายุราชการไปสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ว่า “ไม่เกี่ยวเลย เป็นงานปกติของตนเองอยู่แล้ว และวันชุมนุมก็จะอยู่ในพื้นที่อยู่แล้วไม่เคยไปไหน”

“พล.ต.อ.จักรทิพย์” เขิน สะดุดบันได ไม่ปฏิเสธ ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. หลังเกษียณอายุราชการ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ตอบถึงความพร้อม ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หลังเกษียณอายุราชการ แต่ไม่ได้ปฏิเสธ โดยบอกว่าขอคิดดูก่อน รวมถึงไม่ตอบว่าจะลงในนามสังกัดพรรค หรืออิสระ

ส่วนจะเปิดใจเกี่ยวกับการลงสนามเลือกตั้งเมื่อใดนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่า ยังมีเวลาอยู่ และเมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่า พูดมาเลยได้หรือไม่ ว่าจะลงสมัครเลือกตั้งแน่นอนแล้วนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ยิ้มรับ พร้อมบอกว่า ขอเวลาในการตัดสินใจ ก่อนขอตัวไปปฏิบัติภารกิจต่อ

สำหรับบรรยากาศการให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อประเด็นการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร มีลักษณะเขิน อาย และยิ้มตลอด โดยหลังในสัมภาษณ์ยุงได้เดินสะดุดบันไดอีกด้วย

 

ที่มา : INN News

แบ่งปัน