นายกฯ เปิดตัวทีมเศษฐกิจใหม่ ลุยสางปัญหา ขอทุกคนยึดกฎหมาย ยัน เจ้าหน้าที่ดูอยู่ม็อบ 14 ต.ค.

0
28

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดตัวทีมเศรษฐกิจใหม่ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าเราจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ และระมัดระวังที่สุด โดยครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลบรรเทาปัญหา เศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้

ทั้งนี้ สิ่งที่มีการประชุมในคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ที่รัฐบาลกำลังทำคือการปรับปรุงมาตราการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจทั่วโลก และมีมาตรการใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือช่วยคนผู้มีรายได้น้อยให้มีเงินในการใช้จ่ายและให้ผู้มีเงินออกมาใช้จ่ายให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ อย่าไปรังเกียจซึ่งกันและกัน พร้อมขอขอบคุณสมาคมภาคธุรกิจองค์กรธุรกิจต่างๆที่เข้าร่วม workshop ในเวทีของรัฐบาล เพื่อนำเสนอความคิดเห็นเสนอปัญหาและอุปสรรค์ ช่วงเดือนที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างมากที่รัฐบาลจะนำมาวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้โดยเร็ว ซึ่งทุกคนจะต้องช่วยกัยแก้ปัญหาให้ตรงจุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือคำว่าการใช้รวมไทยสร้างชาติทุกคนที่เกิดเป็นคนไทยต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันคิดช่วยกันทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า 3 มาตรการสำคัญ ที่ได้มีการอนุมัติในวันนี้ เพื่อการกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ 1.มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 1500 บาท 2. โครงการ”คนละครึ่ง” เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และ 3. มาตรการ”ช้อปดีมีคืน” มีเป้าหมายช่วยผู้ประกอบการในระบบภาษี และให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการแล้วสามารถนำในเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท หวังกระตุ้นการซื้อสินค้าประเภทคงทน ซึ่งมาตรการทั้งหมดเหล่านี้เพื่อช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจเกิดการซื้อขายสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะทยอยออกมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ จึงขออย่าทำลายศักยภาพของเราเองด้วยเรื่องที่ไม่ควรจะทำ เพราะจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นและจะนำกลับมาไม่ได้แล้วหากประเทศเสียหาย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของการแข่งขัน และเป็นโลกหลัง covid หากทำร้ายกันหลังจากที่ฟื้นตัวแล้ว จะทำให้เราตามประเทศอื่นไม่ทัน จึงขอฝากไปยังประชาชนทุกคนขอให้ช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ช่วยกันเคารพกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้อื่น

ส่วนการดูแลสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งตนเองคงไม่ต้องไปสั่งการอะไรเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบคำถามที่สื่อมวลชน ทั้งเรื่องที่ ส.ส.เยอรมันผลักดันให้ระงับเจรจา Thai-EU FTA เพราะไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย และกรณีทวิตเตอร์กล่าวหาไทยใช้ปฏิบัติการไอโอ จะตรวจสอบหรือชี้แจงทวิตเตอร์หรือไม่ รวมไปถึงกรณี การชุมนุม 14 ต.ค.ที่ประกาศว่าจะเดินทางมาค้างคืนที่ข้างทำเนียบด้วย

 

ที่มา : INN News

แบ่งปัน