สุดห้าว! เจ้าพ่อยากูซ่าเตือนผู้พิพากษาญี่ปุ่นระวังจะเสียใจไปตลอดชีวิต หลังสั่งประหาร

0
41
Hokkaido , Japan - 6 August 2021; A policeman on patrol prior to the men's 50 kilometre walk final at Sapporo Odori Park on day 14 during the 2020 Tokyo Summer Olympic Games in Sapporo, Japan. (Photo By Ramsey Cardy/Sportsfile via Getty Images)

 

ศาลแขวงฟุกุโอะกะ ใน จ.ฟุกุโอะกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ตัดสินประหารชีวิต นายซะโตะรุ โนะมุระ สมาชิกอาวุโสของแก๊งคุโด วัย 74 ปี เ้มื่อวันอังคาร (24 ส.ค.) จากการสั่งการฆ่าผู้อื่นและการใช้ความรุนแรงระหว่างปี 2541-2557 ซึ่งเชื่อว่าเป็นการพิพากษาประหารเจ้าพ่อยากูซ่าคนแรกของญี่ปุ่น

ระหว่างนั้นแก๊งคุโด ซึ่งเป็นแก๊งที่ถูกมองว่ารุนแรงที่สุดในญี่ปุ่น ไม่พอใจที่กลุ่มสหกรณ์การประมงเริ่มมีอิทธิพลแทนที่กลุ่มของตนเกี่ยวกับโครงการสร้างท่าเรือหลายโครงการในพื้นที่ จึงมีการสังหารผู้นำของสหกรณ์หลายคนเมื่อปี 2541 รวมถึงหัวหน้าของสหกรณ์

ต่อมาเมื่อปี 2555 ตำรวจคนหนึ่งที่ทำคดีของแก๊งคุโดก็ถูกทำร้าย โดยได้รับบาดเจ็บที่เอวและขา แต่รอดชีวิตมาได้

ปี 2556 สมาชิกแก๊งคุโดแทงพยาบาลคนหนึ่งที่ทำงานที่โรงพยาบาลที่นายโนะมุระเข้ารับการรักษา และเมื่อปี 2557 ญาติคนหนึ่งของผู้นำสหกรณ์ฺที่ถูกฆ่าตาย ก็ถูกทำร้ายจากแก๊งนี้

หนังสือพิมพ์นิชินิปปง รายงานว่า หลังมีคำตัดสินดังกล่าว นายโนะมุระ กล่าวกับผู้พิพากษาว่า “ฉันขอคำตัดสินที่ยุติธรรม… แกจะเสียใจไปตลอดชีวิตของแกแน่”

ก่อนหน้านั้น ระหว่างการพิจารณาคดี นายโนะมุระให้การต่อศาลว่าตนไม่ได้เป็นคนวางแผนให้มีการใช้ความรุนแรงอย่างที่ถูกกล่าวหา

สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น รายงานว่า แม้คดีดังกล่าวนี้ไม่หลักฐานที่ระบุโดยตรงว่านายโนะมุระเป็นผู้สั่งให้ใช้ความรุนแรง แต่ศาลมองว่าแก๊งนี้มีกฎที่เข้มงวดมากจนเชื่อไม่ได้ว่าการตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่ผ่านการอนุมัติของผู้นำแก๊ง

ด้านสำนักข่าวเกียวโด เผยโดยอ้างอิงคำบอกเล่าของทนายความนายโนะมุระว่า จำเลยมีแผนจะยื่นอุทธรณ์ ขณะที่นายฟุมิโอะ ทะโนะอุเอะ ผู้นำอันดับ 2 ของแก๊งคุโดถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

ในอดีต ยากูซ่าถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ช่วยคงระเบียบและกฎเกณฑ์ในสังคมญี่ปุ่น และทำให้เรื่องต่างๆ บรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจว่าจะใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมเพียงใด แต่หลายสิบปีที่ผ่านมา การออกกฎควบคุมกลุ่มผู้มีอิทธิพลมากขึ้น ภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนในไปสายตาผู้คน และเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ไม่ขยายตัว ส่งผลให้สมาชิกแก๊งยากูซ่าลดน้อยลงเรื่อยๆ

ถึงอย่างนั้น ยากูซ่า กลับมีสถานะที่ต่างจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียในหลายประเทศ เพราะไม่ใช่สมาคมที่ผิดกฎหมาย และแต่ละกลุ่มมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ชัดเจนโดยอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิดของตำรวจ

ส่วนญี่ปุ่นเป็นประเทศพัฒนาแล้วไม่กี่ประเทศที่ยังคงโทษประหารชีวิตเอาไว้ และยังได้รับการสนับสนุนอย่างสูงในสังคม แม้เผชิญจากเสียงวิจารณ์ของนานาชาติก็ตาม

 

ที่มา : Daily Mail, Sanook.com

แบ่งปัน