หมอหนุ่มวัย 28 ป่วยมะเร็งปอด ขอบคุณทุกกำลังใจบนโซเชียล เผยกำลังทำคีโม ยังไม่พร้อมเจอใคร

0
36

 

จากกรณี นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เจ้าของเพจ สู้ดิวะ ที่ได้ออกมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น จนกระทั่งก้าวเข้าสู่วัยทำงาน กำลังจะแต่งงาน กำลังจะซื้อบ้าน ดูแล้วเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นเป็นไปตามธรรมชาติ แต่สุดท้ายก็เจอจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเขารู้สึกผิดปกติ แล้วมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะลุกลาม และเป็นระยะสุดท้าย หลังจากนั้นก็กลายเป็นกระแสโซเชียล มีชาวเน็ตที่ให้มาให้กำลังใจจำนวนมาก รวมถึงแชร์กันตามช่องทางโซเชียลต่างๆ ตลอดทั้งวัน

ล่าสุด (11 พ.ย.) หมอกฤตไท ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สู้ดิวะ โดยขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่ส่งให้ตน

“สวัสดีครับ ผมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และขอบคุณคนที่ได้พลังไปจากโพสต์ของผมครับ

จากใจเลยคือผมตกใจมาก ๆ กับกระแสที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจะรวบรวมความคิด มุมมอง และสิ่งที่ผมตกตะกอน เอาจริง ๆ คือเพื่อจะเอาไปเขียนเป็นหนังสือรวมเล่มสักเล่มนึง แค่นั้นเลยครับ

ความตั้งใจของผม มีแค่การเขียนเล่าเรื่องราวและส่งต่อพลังให้กับคนอื่นเท่านั้นครับ แต่ ผมจำเป็นต้องบอกตามตรงว่า “ขณะนี้ผมเองอยู่ในกระบวนการรักษา” ยังต้องรับยาเคมีบำบัด ณ วันที่พิมพ์อยู่นี้ ผมก็ยังคงปวดหัว อ่อนเพลีย ผมร่วง และภูมิคุ้มกันต่ำ

เหนือสิ่งอื่นใด ถึงผมจะดูจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน แต่เรื่องทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นได้หนึ่งเดือนครับ ผมและครอบครัว รวมถึงเพื่อนสนิทเอง ก็ยังไม่ได้อยู่ใน “สภาพที่พร้อมพอ” ที่จะให้ทุกคนมาเยี่ยม ที่จะไปเจอทุกคนได้ครับ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจครับ

รวมถึงสื่อต่างๆที่ให้ความสนใจ อยากจะสัมภาษณ์ผม โทรไปหาเพื่อน โทรไปหาครอบครัวผม และกำลังพยายามจะโทรหาผม ผมเข้าใจในมุมสื่อนะครับ

ผมต้องขอโทษจากใจจริงๆที่คงไม่สะดวกไปสัมภาษณ์กับสื่อสำนักไหนครับ ผมดีใจมากๆครับที่เรื่องราวของผมสร้างแรงบันดาลใจและบางมุมก็ทำให้หลายคนอยากส่งกำลังใจกลับมาให้ผม อยากช่วยเหลือผม บางคนจะโอนเงินให้บ้าง จะบินมาหาบ้าง

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ แต่ในมุมคนรับอย่างผม ผมอยากบอกว่าชีวิตปกติของผม มันโอเคมาก ๆ แล้วครับ ผมมีความสุขดีมาก ๆ ดังนั้น ผมอยากจะแค่ขอพื้นที่ส่วนตัว ให้ผมได้ใช้เวลาชีวิตของผมแบบสุขสงบต่อไป เพื่อที่ผมจะได้มีพลัง มาบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ต่อไปครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและพยายามจะเข้าใจครับ”

 

ที่มา : Sanook.com, Facebook : สู้ดิวะ

 

แบ่งปัน