หมอเผยการระบาดกลุ่มใหม่ในจีน พบ COVID-19 ระยะฟักตัวนานขึ้น ปอดเสียหายหนัก

0
29

 

วันที่ 20 พ.ค. 63 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในจีนสังเกตเห็นความแตกต่างในพฤติกรรมของโคโรนาไวรัส ที่ก่อให้เกิดโรค โควิด 19 จากการระบาดกลุ่มใหม่ในมณฑลจี๋หลินและมณฑลเฮย์หลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยพบว่าผู้ป่วยกลุ่มใหม่มีระยะเวลาการฟักตัวของโรคนานกว่าเดิม เมื่อเทียบกับการระบาดก่อนหน้านี้ในเมืองอู่ฮั่น ที่ผู้ป่วยมีระยะเวลาการฟักตัวของโรคราว 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะเริ่มแสดงอาการ

โดย ชิว ไห่โป แพทย์เวชบำบัดวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน (NHC) เผยข้อมูลดังกล่าวผ่านทางการสัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (19 พ.ค.) เขายังชี้ว่า ระยะเวลาฟักตัวที่นานขึ้น ทำให้ยากที่จะตรวจพบก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจาย ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในครัวเรือนระหว่างที่ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการ

ข้อมูลจาก news.com.au ยังเผยอีกว่า นอกจากจะมีระยะฟักตัวของโรคที่นานขึ้น ผู้ป่วยกลุ่มใหม่ยังแสดงอาการของโรคต่างออกไป โดยแทบจะไม่แสดงอาการไข้ แต่ยังมีอาการเหนื่อยล้าและเจ็บคอ แต่ในทางกลับกันแพทย์ต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าเดิม

ชิว ไห่โป ยังเผยอีกว่า ในขณะที่ผู้ป่วยจากการระบาดในอู่ฮั่นต้องเผชิญความเสียหายในอวัยวะหลายจุด ตั้งแต่หัวใจ ไต และลำไส้ แต่ผู้ป่วยกลุ่มใหม่ดูเหมือนจะมีความเสียหายหลัก ๆ เกิดขึ้นที่ปอด

อนึ่ง การพบผู้ป่วยกลุ่มใหม่ในมณฑลจี๋หลินและเฮย์หลงเจียง นำมาสู่ความกังวลว่าจะเกิดการระบาดของ โควิด 19 ระลอกใหม่ในจีน โดยแค่ระยะเวลา 2 สัปดาห์ จีนมีรายงานผู้ป่วยเคสใหม่ 46 รายจากพื้นที่ดังกล่าว จนทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์อีกครั้งในภูมิภาคดังกล่าว อย่างไรก็ตามพบว่าผู้ป่วยกลุ่มใหม่ มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีอาการหนักถึงขั้นวิกฤต

ทั้งนี้ ทางการเชื่อว่าการระบาดในกลุ่มใหม่นี้น่าจะเป็นเคสที่ได้รับเชื้อจากผู้ที่เดินทางเข้ามาจากรัสเซีย ซึ่งกลายมาเป็นประเทศที่มีการระบาดของ โควิด 19 หนักสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดย ชิว ไห่โป ชี้ว่าการจัดลำดับพันธุกรรมของไวรัสเผยให้เห็นความสอดคล้องกันระหว่างเคสในตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กับเคสในรัสเซีย นอกจากนี้มณฑลทั้ง 2 ที่พบผู้ป่วยยังมีพรมแดนติดกับรัสเซียด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของไวรัสอย่างชัดเจน มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าความแตกต่างที่แพทย์ในจีนสังเกตเห็น อาจเพราะพวกเขาสามารถสังเกตอาการผู้ป่วยได้ละเอียดยิ่งกว่าช่วงที่มีการระบาดระยะแรกในอู่ฮั่น ตอนนี้จึงยังต้องทำการวิเคราะห์ต่อไปว่าไวรัสมีการกลายพันธุ์หรือไม่

ขณะที่ เคย์จิ ฟูกูดะ ผู้อำนวยการและผู้เชี่ยวชาญด้านคลินิกของ School of Public Health จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง แสดงความเห็นว่า ในทางทฤษฎี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพันธุ์กรรมอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือพฤติกรรมของไวรัสได้ แต่การกลายพันธุ์ส่วนมากมักไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนัก ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนแปลงของไวรัสที่เกิดขึ้นในจีน จำเป็นต้องมีหลักฐานที่สังเกตเห็นชัด ก่อนที่เราจะสามารถสรุปได้ว่าไวรัสมีการกลายพันธุ์หรือไม่

 

ที่มา : Bloombergnews.com.au, kapook.com

แบ่งปัน