มติสภาฯ ผ่านร่างงบประมาณปี 64 วาระแรก 3.3 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนน 273:200 เสียง

0
53

 

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ด้วยคะแนน 273 เสียง ไม่เห็นชอบ 200 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 72 คน โดยพรรคก้าวไกล เสนอนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ร่วมด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อภิปรายสรุปร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วยเนื่องจาก GDP ในปี 2554 การเติบโต 0.8 แล้วไปขึ้นในช่วงนโยบายรถคันแรก และจำนำข้าว แล้วค่อยมาลดลงเป็นปกติ ปี 2556 มาเป็น 2.7 และปี 2557 เป็น 1% แต่ตนไม่ได้เป็นคนทำงบประมาณช่วงที่เกิดความขัดแย้งจนใช้งบประมาณไม่ได้ แล้วตนก็เข้ามาแก้ไขปัญหาตอนนั้น ปี 2558 เป็น 3.1% ปี 2559 เป็น 3.4% ปี 2560 เป็น 4.0% ปี 2561 เป็น 4.1% ในช่วงนี้มีการลงทุนการเจริญเติบโตในหลายประเทศโดยการมีการลงทุนใน EEC ซึ่งกำลังเดินหน้ามาด้วยดี แต่ไปเจอสงครามการค้าในปี 2562 แล้วเจอก็โควิดปี 2563 จึงต้องยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

การทำงบประมาณใหม่ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ โดยการใช้งบฟื้นฟูมาบริหารราชการปกติไม่น่าจะทำได้ ขอให้มาพิจารณากันต่อในชั้นกรรมาธิการ ตนในนามรัฐบาลขอขอบคุณสมาชิกอันทรงเกียรติที่พิจารณา ตนคิดว่างบประมาณในปี 2564 เป็นการวางรากฐานในการพัฒนาและแก้ปัญหาทุกด้าน ดูแลผู้มีรายได้น้อยเกษตร แหล่งน้ำ ตามงบประมาณที่มีอยู่ให้มากที่สุด เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ทุกส่วนเพื่อยกระดับประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการทั่วประเทศตลอดจนนโยบายต่างๆ มุ่งเน้นการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ เพราะต้องเดินหน้าต่อไปในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ตลอดจนสร้างความสมดุลและยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาประเทศมีความสมดุลทุกด้านบรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและความซับซ้อนมีการกระจายผลประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงทั่วถึงเป็นธรรมตามที่มีอยู่ให้มากที่สุด แล้วก็มุ่งหวังให้การใช้จ่ายของแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน ส่วนข้อเสนอและข้อติติงต่างๆ ตนรับได้และขอกรรมาธิการวิสามัญนำไปพิจารณาให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา : INN News

แบ่งปัน