นายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลบริหารหนี้สาธารณะลดลง แต่กลับมาเพิ่มขึ้นช่วงเดือนพ.ค.หลังกู้เงินมาแก้วิกฤติผลกระทบโควิด-19

0
49

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านอ้างถึงการกู้เงินของนายกรัฐมนตรีทั้ง 28 คนในช่วงที่ผ่านมาว่า แต่ละช่วงเวลาจำนวนประชากรภายในประเทศเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของโลก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของชุมชนเมือง ส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเช่นกัน ส่วนหนี้สาธารณะหากย้อนกลับไปดูในปี 2556 มีหนี้อยู่ที่ร้อยละ 42.19 ปี 2557 มีหนี้อยู่ที่ร้อยละ 43 ปี 2558 มีหนี้ลดลงเหลือร้อยละ 42 ปี 2559 มีหนี้ลดลงเหลือร้อยละ 41 ปี 2560 มีหนี้อยู่ที่ร้อยละ 41.78 และปี 2562 มีหนี้ลดลงร้อยละ 41.10 ส่วนการบริหารจัดการหนี้ในเดือนพฤษภาคมพบหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 44.01 มาจากการรัฐบาลกู้เงินเพื่อมาแก้ปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ หากสถานการณ์ดีขึ้นรายได้ของประเทศจะดีขึ้นตามมา จากนั้นจะเริ่มจ้างงานช่วงการใช้งบประมาณฟื้นฟูที่แต่ละกระทรวงจะจ้างงานให้ตรงกับงานที่บริหารจัดการอยู่ สิ่งสำคัญการจ้างงานต้องโปร่งใส ทั้งนี้ย้ำว่า ตนเองไม่เคยไปก้าวล่วงไม่เคยไปสั่งการให้ทำแต่เป็นมติที่เกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่ตนเองตัดสินใจเพียงคนเดียว โดยจะมีการตรวจสอบการทุจริตเมื่อมีการดำเนินโครงการแล้ว

ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชี้แจงการอภิปรายเกี่ยวกับเงินนอกประมาณ ว่า ส่วนใหญ่กระทรวงการต่างประเทศมีรายได้มาจากการเก็บเงินของกรมการกงสุล ทั้งการเก็บค่าวีซ่า ค่านิติกร ค่าหนังสือเดินทาง ซึ่งดำเนินการภายใต้การอนุญาตและการควบคุมของกระทรวงการคลังที่จะหมดลงในงบประมาณปีนั้นๆ ไม่มีการสะสมข้ามปี โดยรายได้ดังกล่าวนำมาพัฒนางานกงสุล เช่น ค่าจ้างลูกจ้างกงสุลในต่างประเทศ การพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ การบริการกงสุลสัญจรในต่างประเทศ ซึ่งเงินที่เหลือได้นำส่งเป็นเงินรายได้ของแผ่นดินต่อไปในทุกปี

 

ที่มา : ThaiNews

แบ่งปัน