สามีสาวขับเบนซ์ เผยวงจรปิด “น้องหญิง” ขี่จยย.มาทางตรง ไม่ใช่ประมาทร่วม

0
33

 

อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ รุดเยี่ยมและหาแนวทางช่วยเหลือ พ่อแม่ นศ.นิติศาสตร์ ราชภัฎบุรีรัมย์ หลังถูกรถเบนซ์ชนท้าย แล้วประกันไม่ยอมจ่าย 2.5 ล้าน อ้างประมาทร่วม ทนายสามีคนขับเบนซ์ระบุ เห็นใจผู้สูญเสีย ใช้เงินตัวเองเยียวยา 2.2 แสน จากคำให้การของภรรยา บวกหลักฐานวงจรปิด มั่นใจภรรยาขับชนท้าย แต่แปลก คปภ.ไม่สามารถบังคับให้จ่ายได้

จากกรณี น.ส.พัชราภา เกรัมย์ หรือ น้องหญิง อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สาขานิติศาสตร์ ปีที่ 4 ถูกรถเบนซ์ชนจนเสียชีวิต ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณก่อนถึงทางกลับรถบ้านสองชั้น ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ซึ่งรถเบนซ์คันดังกล่าว ทำประกันชั้น 1 กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง วงเงินเอาประกัน 2 ล้านบาท แต่บริษัทประกันไม่ยอมจ่าย อ้างว่าประมาทร่วมกัน ทั้งที่ศาลชั้นต้น, อุทธรณ์ และศาลฏีกา วิเคราะห์และตัดสินแล้วว่าคนขับรถเบนซ์ประมาทฝ่ายเดียว ไม่ใช่เป็นการประมาทร่วม

อีกทั้งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่วนกลาง มีความเห็นควรให้บริษัทประกันภัยดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทตามเงื่อนกรมธรรม์ภาคบังคับและภาคสมัครใจ รวมเป็นเงิน 2,500,000 ภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 แต่ไม่มีการจ่าย และอ้างคำเดิมว่า “ประมาทร่วม”

การเพิกเฉยของบริษัทประกันดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของน้องหญิง ที่เสียชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ไปกู้เงินนอกระบบมาจัดงานศพให้น้อง และยังไม่ได้ทำบุญ 100 วัน เพราะไม่มีเงิน

ล่าสุด วานนี้ (19 พ.ย.) นายชลเกียรติ แก้วนวล ตำแหน่ง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยม เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย

โดย นายชลเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ไปยื่นคำร้องที่อัยการจังหวัด หลังจากนั้นจะเชิญผู้เสียหาย, บริษัทประกัน และ คปภ.จังหวัด มาร่วมหารือเพื่อหาแนวทางการไกล่เกลี่ย แต่หากตกลงกันไม่ได้ จะมีทีมเจ้าหน้าที่ไปยื่นคำร้องต่อยุติธรรมจังหวัด เพราะให้สำรองค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการวางเงินในชั้นศาล โดยจะมีทนายอาสาเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อทำการฟ้องแพ่งต่อบริษัทประกันต่อไป

หลังจากให้คำปรึกษาและแนะแนวทาง นายชลเกียรติ และอาจารย์ของน้องหญิงที่เดินทางมาด้วย ได้มอบเงินส่วนตัวคนละ 1,000 บาท รวมเป็น 2,000 บาท ให้กับแม่น้องหญิง เพื่อสมทบหากพ่อกับแม่หากจะทำบุญ 100 วัน ที่ผ่านพ้นไปแล้ว ทำให้นางสมเร็จ แม่ของน้องหญิง ถึงกับหลั่งน้ำตา พร้อมกับบอกกับรูปภาพน้องหญิง ว่า “มีคนมาช่วยบุญ 100 วันแล้ว แม่จะทำบุญไปให้”

ด้าน นายโชติวุฒิ สามีคนขับรถเบนซ์ และอดีตประธานสภาทนายความ ได้ออกมาระบุกรณีที่เกิดขึ้นว่า จริงๆ แล้ว คปภ.มีอำนาจในการบังคับให้บริษัทประกันจ่าย แต่แปลกที่ยังไม่สามารถกระทำได้ และที่จริงแล้วบริษัทจะต้องมาดูแล ให้บริการเหมือนตอนที่อยากขายประกัน

ประกันของรถเบนซ์คันนี้ เสียค่าประกันรายปีละประมาณ 50,000 บาท ทำให้ยอดเยียวยาสูงถึง 2 ล้าน บวกกับ พรบ.ภาคบังคับอีก 500,000 บาท รวม 2.5 ล้าน เงินจำนวนนี้น่าจะไปเยียวยาจิตใจของผู้สูญเสีย และสภาพฐานะของผู้ประสบเหตุ

เพราะสภาพจิตใจของทั้งพ่อแม่ และคนขับรถเบนซ์ คือภรรยาตนเอง ต่างได้รับผลกระทบทางจิตใจ ถ้าพูดถึงเรื่องนี้จะต้องร้องไห้ทุกครั้ง โดยฝ่ายภรรยาของตน ได้ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตเป็นประจำ เพราะด้วยความสงสารและเห็นใจ

นายโชติวุฒิ กล่าวด้วยว่า จากกล้องวงจรปิดก่อนจะถึงจุดเกิดเหตุเพียง 200 เมตร จะเห็นรถน้องหญิง วิ่งมาจากบุรีรัมย์ แล้วมีรถตามหลังอีก 4 คน ก่อนรถเบนซ์ของภรรยาจะวิ่งตามเป็นคันที่ 5

รถจักรยานยนต์ของน้องหญิง หลุดจากกล้องวงจรปิดไปเพียงแค่ 20 วินาที แล้วรถเบนซ์ถึงตามไป ก่อนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ไม่มีโอกาสที่รถน้องหญิงจะแวะลงข้างทาง แล้วขับออกมาพุ่งชนกับรถเบนซ์ตามคำกล่าวอ้างของบริษัทประกัน

นอกจากนี้ จากพยานและหลักฐานการเฉี่ยวชน ชี้ชัดได้ว่ารถเบนซ์ของภรรยาตนไปชนท้ายรถน้องหญิง ไม่ใช่เป็นการพุ่งออกจากข้างทางมาเฉี่ยวชนจนทำให้เกิดการประมาทร่วม

 

ที่มา : Sanook.com

 

แบ่งปัน