แยกย้าย! สาวไม่ดำเนินคดี “ผัวเก่า” พังบ้านลักพาตัว หวั่นคนอื่นเดือดร้อนด้วย

0
75

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2  เผยแพร่คลิปวีดีโอเหตุการณ์สุดอุกอาจ ขณะที่ชายคนหนึ่งพังกำแพงบ้านเข้ามา บุกล็อกคอลากผู้หญิงออกไปจากบ้านอย่างไร้ปราณี

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า สื่อสังคมตรวจสอบที “อุ้มกระชากลักพากันง่ายๆ เลยอ่อ เหตุเกิดวันที่20 ก.ย.เวลา22:25น. จ.นครปฐม อ.สามพราน ต.คลองจินดา หมู่1 สถานการณ์ตอนนี้ ยังติดต่อไม่ได้ครับ น้าผมโดนอุ้มไปไหนไม่รู้ เหมือนจะเลิกกันแล้วฝั่งนั้นไม่ยอมเลยมาอุ้มไป ไม่รู้เป็นยังไงบ้างตอนนี้ ไม่อยากให้เกิดเหตุที่ร้ายแรงมากกว่านี้ ได้แต่ภาวนาให้น้าปลอดภัยครับ”

ล่าสุด (22 ก.ย.) พ.ต.ท.ภานุพงศ์ ชมดารา รองผกก.สอบสวน สภ.สามพราน แจ้งความคืบหน้าว่า เจอตัวฝ่ายหญิงแล้ว ปลอดภัย กำลังนำตัวมาจาก จ.เพชรบุรี โดยเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า ฝ่ายชายเข้ามาทุบประตูเสียงดังมาก ตอนนั้นก็รู้แล้ว จะวิ่งหนีแต่วิ่งไม่ทัน เขามาล็อกคอ จากนั้นเขาลากเข้าไปในรถ ซึ่งตนรู้สึกแค้นมากตรงที่โดนเท้าเหยียบหน้า จากนั้นได้ขับรถไปที่ซุ้มไก่ ในพื้นที่ชะอำ  ก่อนจะพาไปที่ป่าละอู และค้างที่นั่น ซึ่งเป็นบ้านญาติของอีกฝ่าย ตอนนั้นใจหวิวมาก คิดว่าไม่รอดแล้ว ขณะเดียวกันอีกฝ่ายมีการขู่ ว่าถ้าไม่เชื่อฟังจะฆ่าทิ้ง รวมทั้งบอกว่าจะฆ่าทั้งโคตร

ฝ่ายหญิงยังได้เล่าถึงความสัมพันธ์ด้วยว่า คบหากันเป็นสามี-ภรรยา มาแล้วกว่า 6 ปี โดยช่วง 1-2 ปีแรกเขาดีมาก พอปีที่ 3 ทะเลาะกันรุนแรง ได้แยกกันไป ก่อนกลับมาคุยกัน ต่อจากนั้นหลังๆ มาก็มีปัญหา ทะเลาะกันหนักขึ้นๆ เขาคิดว่าเราอยากเลิกเพราะมีคนอื่น แต่เขาไม่คิดว่าเป็นพฤติกรรมของเขา ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง แม้ว่าเขาบอกว่ายังมีเยื่อใยอยู่ แต่เราคิดว่ารุนแรงขนาดนี้ แยกทางกันดีกว่า เพราะยอมรับความรุนแรงแบบนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เอาเรื่อง เพราะคนที่พาไปก็จะโดนด้วย คิดว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร เพราะมีแค่เราสองคน

จากนั้น ฝ่ายชายเดินทางมาถึงที่ สภ.สามพราน ก่อนเข้าพนักงานสอบสวน และออกมาให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว ซึ่งได้ขอโทษและยอมรับผิดในสิ่งที่ทำรุนแรงไป และบอกถึงเหตุผลว่าทำไปเพราะกดดันในหลายเรื่อง คบกันมา 6 ปี รู้ทั้งรู้ว่าแฟนมีหนี้ แต่ก็ยังอยู่ด้วยและหาเงินให้ ถึงขั้นยอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อหาเงินมาให้เขาใช้หนี้ และตนไม่รู้ว่าผิดอะไร พอไปหาก็มีแต่ไล่ และพยายามตีตัวออกห่าง จึงพยายามที่จะไปเคลียร์ แต่ก็ไม่ได้คุย ก็เลยงงว่าทำไมไม่ยอมคุยกันดีๆ ทั้งๆ ที่เราทำเพื่อเขาทุกอย่าง ซึ่งสิ่งที่เราต้องการเพียงแค่ความสบายใจแต่ก็ไม่เคยได้รับ

จนสุดขีดความอดทน ก่อนจะตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป และขอยืนยันว่า ไม่เคยขู่ฆ่าอีกฝ่ายตามที่เขากล่าวอ้างเลยสักครั้งเดียว ตอนนี้เจรจากับอีกฝ่ายแล้ว ซึ่งเขาก็ยืนยันไม่ดำเนินคดี ขณะเดียวกันที่มา สภ. ก็มาเพื่อนยืนยันให้พ่อแม่อีกฝ่ายสบายใจ ว่าเราจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้ว แต่ก็ยอมรับว่ายังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้อยู่ ส่วนความสัมพันธ์ต่อจากนี้เป็นเรื่องของอนาคต

 

ที่มา : Sanook.com

แบ่งปัน